ปอร์ Kasi เตือนภัยสังคม ถูกแก๊งค์มิจฉาชีพอินเตอร์


loading...



นายกสิ นิพัฒน์ศิริผล   หรือ ‘ปอร์ Kasi’   ศิลปิน-โปรดิวเซอร์-นักแต่งเพลง และวิทยากร-นักสร้างแรงบันดาลใจ  เตือนภัยสังคม ถูกแก๊งค์มิจฉาชีพอินเตอร์ ซึ่งคาดว่า อาจมีคนไทยร่วมผสม  แฮ็คเฟสบุ๊ค  แล้วรุกเข้าไปยึดเพจ  ลบคอนเท้นท์ในเพจหนึ่ง ซึ่งเกี่ยวกับบทเพลงถวายพ่อหลวงร.9 รวมศิลปินดังหลายสิบชีวิต  จนหมดเกลี้ยง  ไปเปลี่ยนเป็นเพจขายเสิ้อผ้า สูญเงินยิงแอดโฆษณา เกือบ 2หมื่นบาท  คาดคนร้ายหลอกโอนเงินชาวเวียตนามที่สนใจ นับร้อยคอมเม้นท์     หลังแจ้งความตำรวจทั้งท้องที่ และปอท.ตำรวจไม่มีความคืบหน้า นัดส่งเบาะแสหลักฐานเพิ่มเติมทางไลน์ให้ ตำรวจเมินเฉย กว่า1เดือน   คนร้ายได้ใจแอบอ้างเรี่ยไรเงิน ได้อีก 7ราย  เป็นเงินเกือบ 1หมื่นบาท และนำบัญชีเฟสบุ๊คของตนที่แฮ็คได้ ไปแฮ็คเพจอื่นต่อ อีกอย่างน้อย 1ราย  แล้วเปลี่ยนเป็นเพจขายเสิ้อผ้า พร้อมนำไปยิงแอดโฆษณา  ในรูปแบบเดียวกัน

เหตุเกิด วันอาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม เวลา 5ทุ่ม  ขณะ ‘ปอร์ Kasi’ ผู้เสียหาย  กำลังใช้งานเฟสบุ๊คส่วนตัว ชื่อ ‘Kasi Nipatsiripol’  ได้มีคำแจ้งเตือนให้เปลี่ยนรหัสใหม่ เพื่อความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ซึ่งแท้จริงแล้ว เป็นการ phishing  หลอกลวง ด้วยวิธีการใดไม่ทราบแน่ชัด  ที่คนร้ายทำเว็บปลอมหน้าตาหมือนเฟสบุ๊คจริงเป๊ะๆ  จึงหลงเชื่อ กรอกรหัสใหม่ไป 4ครั้ง  แล้ว log out ออกจากระบบ  ตามคำแนะนำ โดยไม่เฉลียวใจ เพราะในช่วง 3-4วันมานี้ มีการแจ้งเตือนให้เปลี่ยนรหัสใหม่ เพื่อความปลอดภัยยิ่งขึ้น จากเฟสบุ๊คจริง โดยมีอีเมล์ยืนยันส่งมาที่อีเมล์สำรอง ที่ตน ใช้เช็คประจำ หลายครั้ง      คาดว่าคนร้ายน่าจะหาทางหลอก เอารูปแบบ การตั้ง password ของตน  และสร้างความเคยชิน ให้กรอกข้อมูล ที่ดูปลอดภัย ก่อนทำการเผด็จศึก   ผ่านการปะปนหน้าเว็บปลอม มากับหน้าเว็บจริง  ทำให้ทันทีที่ตนพยายาม log in กลับเข้าไปอีกครั้ง ในไม่ถึง 5นาที   ก็เข้าไม่ได้ เพราะคนร้ายได้ตัดหน้าเข้าไป ทำการเปลี่ยนเปลงรหัสใหม่ ก่อนตนแล้ว   

จากนั้น ตนได้แจ้ง ระบบเฟสบุ๊ค ว่าบัญชีถูกแฮ็ค ทำเรื่องขอกู้บัญชี และยืนยันตัวตน ด้วยบัตรประชาชน  ซึ่งบ่ายโมง วันที่ 5สค. เฟสบุ๊คก็ตอบกลับมา ว่า ยอมรับการยืนยันตัวตนแล้ว   ให้รีเซ็ทรหัสผ่าน และเข้าระบบได้     แต่ตนก็ยังคง log in กลับเข้าไปไม่ได้ เนื่องจากติดล็อค การยืนยัน แบบ2ขั้นตอน (2step verication)  ที่เชื่อว่าคนร้าย เปลี่ยนให้ส่งรหัสชั้นที่2 ไปยังอุปกรณ์ของคนร้าย แทน  ในวันเดียวกันนั้น จึงได้พบว่า เพจ ‘PorKasi Songwriter&Producer’ ของตน  ที่ใช้ติดต่อกับลูกค้างานเพลง และโพสต์กิจกรรม เกี่ยวกับเพลง‘เสียงจากลูกของพ่อ’ ที่ตนได้จัดทำขึ้น ร้องโดยศิลปินดังหลายสิบชีวิต   เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่พ่อหลวง ร.9   ( บทเพลงตาม Link นี้https://www.youtube.com/watch?v=rRIV8Yp6lpE )     ได้ถูกแฮ็ค แล้วลบคอนเท้นท์ ไปเปลี่ยนเป็นเพจขายเสื้อผ้า  โพสต์เป็นภาษาเวียตนาม มีคนคอมเม้นท์ กว่า 200 คอมเม้นท์   มีแอดมินเพจที่ไม่ใช่ตน ตอบคอมเม้นท์รวดเร็ว คึกคักมาก   ตนจึงตกใจ    รีบโทรอายัดบัตรเครดิท  แต่ก็ไม่ทันแล้ว เพราะมีการใช้ยิงแอดโฆษณาเฟสบุ๊ค ไป เกือบ 2หมื่นบ.    

ตนได้ติดต่อขอให้เพื่อนช่วยโพสต์เตือนภัย  tag ไปยังหน้าเฟสบุ๊คของตน เพราะเกรงคนร้ายจะไปหลอกลวง เพื่อนฝูง ผู้ติตตาม ให้เสียหาย   ซึ่งตอนแรก เพื่อนก็ถูกคนร้ายลบโพสต์ไป 4ครั้ง    จนครั้งที่ 5 จึงโพสต์ได้      จากนั้น คนร้ายก็ค่อยๆหยุดการเคลื่อนไหวที่บัญชีเฟสบุ๊ค และเพจหลักอีกเพจของตน ชื่อ “Post Kasi’s Thinking”    แต่ยังคงเคลื่อนไหวในเพจ “PorKasi Songwriter&Producer” ที่ได้ปล้นไปเปลี่ยนเป็นเพจขายเสื้อผ้า โดยสมบูรณ์    ตั้งแก๊งค์จับจองเป็นแอดมินเพจ เท่าที่เช็คได้  คือ เวียตนาม 17บัญชี - ไต้หวัน 1บัญชี - และไทย 1บัญชี 

‘ปอร์ Kasi’ ได้พยายามกู้เฟสบุ๊คคืน จากอีเมล์สำรอง ที่ยังได้รู้ความเคลื่อนไหว ในการเข้าบัญชีเฟสบุ๊คของตน จากคนร้าย  กระทั่งเวลาประมาณ 6โมงเช้า ของวันที่6สค.  คนร้าย ก็ได้ตัดขาดอีเมล์สำรองของตน ไปโดยสมบูรณ์      ตนจึงไล่เรียงเหตุการณ์ และรวบรวมหลักฐานทั้งหมด ไปแจ้งความ กับ สน. ลำผักชี ตามท้องที่เกิดเหตุ  เวลา 1ทุ่ม วันที่ 6 สค.  และ ไปร้องทุกข์ - ให้เบาะแส กับ ทางบก.ปอท. (กองบังคับการปราบปราม การกระทำความผิด เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี)  หวังว่าจะทำหน้าที่พลเมืองดี ช่วยตำรวจติดตามแก๊งค์คนร้ายมาดำเนินคดี  เพราะได้ IP Address ที่คาดว่าอาจเป็นของคนร้าย มาด้วย    

หลังจากตนได้เล่าเหตุการณ์ และให้ข้อมูล โดยแสดงเจตนาว่าต้องการติดตามผล ให้เจ้าหน้าที่สืบหาคนร้ายให้ได้   เจ้าหน้าที่ 2-3 คน  ที่ดูเหมือนใส่ใจ ตอนรับเรื่อง   ก็แสดงท่าที บ่ายเบี่ยง  ไม่อยากให้ติดตาม   แต่ก็ยอมให้ตนนำเอกสารบางส่วน วิ่งไปให้ สน.ลำผักชี  เพื่อช่วยให้การทำงาน เร็วขึ้น     และตนก็ได้แจ้งไว้แล้วว่า จะส่งเอกสาร และหลักฐานเพิ่มเติม ไปให้ทางไลน์ที่แลกไว้กับเจ้าหน้าที่คนหนึ่ง    แต่เมื่อส่งไปให้ กลับไม่มีการอ่านไลน์ ไม่รับหลักฐานนั้นไป กว่า 1เดือน    โทรติดต่อไปที่ ปอท.  กว่า 50 สาย ก็ไม่มีเจ้าหน้าที่รับ      ส่วนร้อยเวร ที่สน.ลำผักชี    ก็มีท่าทีบ่ายเบี่ยง ว่า ตาม ip address คนร้าย มันไม่ง่าย   ให้โทรมาอีกวัน แล้วก็ไม่รับสาย  

ระหว่างนั้น ก็มีความเสียหายที่ยังคงเกิดขึ้น ช่วงเดือน สค.  โดยเพื่อนผู้ติดตาม เฟสบุ๊ค ของตน รวม 7คน ได้ทยอย แจ้งมาว่า  คนร้ายได้แอบอ้างเป็นตน เรี่ยไร ให้โอนเงินไปให้ เพราะตนเคยทำกิจกรรมการกุศล จนได้รับความเชื่อถือ อยู่แล้ว  จึงมีคนหลงเชื่อ โอนมาให้ รวมเกือบ 1หมื่น บ.    ตนเห็นว่าจำนวนเงินพอรับผิดชอบไหว และจากที่ได้สัมผ้สการทำงาน ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งแค่รับหลักฐานให้ครบ หรือดำเนินการณ์อะไรเรื่องแรก ก็ยังดูหวังพี่งพาได้ยาก  จึงไม่ได้ไปแจ้งความเรื่องนี้ และออกเงินส่วนตัว ชดใช้ให้ผู้เสียหายส่วนนี้เอง เพื่อแสดงความจริงใจ  และขอให้เพื่อนๆผู้ติดตาม หลายคน ช่วยกันโพสต์เตือนภัย ไปที่หน้าเพจทั้งหมด เพื่อไม่ให้ใครหลงเป็นเหยื่อมิจฉาชีพอีก  

และจากที่ตนได้ฝากเพื่อน โพสต์บทความ - รูปภาพ ในวันที่ไปให้เบาะแส กับตำรวจ ปอท. จึงมีผู้ติดต่อเข้ามาว่า ได้ไปที่ ปอท. วันเดียวกัน    เมื่อเห็นโพสต์ ก็จำได้ว่า เฟสบุ๊คที่ถูกแฮ็คของ‘ปอร์ Kasi’ ได้ไปขอแอดเพื่อน  แล้วไปแฮ็คเพจของเขาต่ออีกที ในเวลาต่างกันแค่วันเดียว คือ 5ทุ่ม ของวันที่ 5 สค. ผู้เสียหายรายนั้นคาดว่า คนร้าย อาจนำเฟสบุ๊คของ ‘ปอร์ Kasi’ ที่แฮ็คมาได้ มาตั้งเป็นแอดมินเพจของเขา เพื่อให้สาวถึงตัวคนร้ายได้ยากขึ้น    ซึ่งเมื่อเช็คดูเพจนั้น ที่เป็นเพจขายอุปกรณ์สัตว์เลี้ยง มาก่อน    ปรากฎว่า คนร้ายได้นำมาแปลงโฉม เป็นเพจขายเสื้อผ้า หน้าตาเหมือนกัน และนำมายิงแอดโฆษณา แบบเดียวกัน    ประกอบกับ ‘ปอร์ Kasi’ได้สืบค้นย้อนหลังกลับไป พบหลักฐานเพิ่มเติม ว่า คนร้ายอาจแฮ็คมาจากอีเมล์หลัก ที่ตนใช้เปิดบัญชีเฟสบุ๊ค ตัั้งแต่ 2เดือนก่อนหน้านี้    จึงเป็นไปได้สูงว่า คนร้ายแก๊งค์นี้ เลือกเหยื่อไว้ก่อน โดยเล็งมาจากเพจ และวางแผน เป็นเวลาหลายเดือน   เมื่อเผด็จศึก จึงสามารถแฮ็คต่อกันไปได้ในเวลารวดเร็ว แค่ข้ามคืน  

ซึ่งคนที่ถูกแฮ็คต่อๆไป จากตน  ที่ไม่ได้แสดงตัว ไม่รู้มีอีกเท่าไหร่  ถึงตอนนี้  17กย.2562 ตนก็ยังส่งหลักฐานเพิ่มเติมไปทางอีเมล์ ให้เฟสบุ๊คตรวจสอบ เพื่อขอกู้คืนบัญชี และยังกลับเข้าไปไม่ได้

ตนจึงอยากเตือนภัย ให้ผู้ใช้เฟสบุ๊ค โดยเฉพาะคนที่ยิงแอดโฆษณาผ่านเพจ ระวัง - ป้องกันให้ดี   อย่าคิดว่าคนถูกใจ - ติดตามเพจ ยังไม่ได้มาก แล้วจะปลอดภัย    ข้อสังเกตุคือคนร้ายแก๊งค์นี้ จะเลือกเพจที่คนติดตามน้อยที่สุด ที่เรามี  ขอแค่ยิงแอดโฆษณาได้  เพื่อจะแฮ็คเพจเรา ให้ได้ก่อนที่เราจะทันรู้ตัว   และโดยเจตนาหลัก คนร้ายแก๊งค์นี้ น่าจะไม่ได้ต้องการหลอกผู้ติดตามของเราโดยตรง แต่ต้องการแฮ็คเพจไปหลอกคนเวียตนาม ให้โอนเงินซื้อเสื้อผ้า แล้วทิ้งเพจไว้ มากกว่า

สุดท้าย ตนอยากวอนขอต่อ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ท้องที่ ลำผักชี และ บก.ปอท.ให้ช่วยแสดงความกระตือรือร้น มากขึ้น  ในการรับเบาะแส หลักฐาน และ พยายามตามจับคนร้าย เหมือนนโยบาย และวัตถุประสงค์ ของตำรวจที่ตั้งขึ้นมา  

อย่าเป็นเหมือนหุ่นไล่กา ที่ตั้งไว้ให้เปลืองพื้นที่ไร่นาเล่นๆ  ขนาดนกกา บินมาเกาะหัว ก็ยังไม่ยอมขยับตัวไปจับเลย    ตนเชื่อว่า สุนัขที่วิ่งไล่นก แม้ไม่เห็นมันจะจับนกได้  แต่อย่างน้อยมันก็ยังพยายาม  และคงไม่มีใครไปว่าอะไร   ซึ่งมันมีคุณค่ามากกว่าหุ่นไล่กาผุๆพังๆ เป็นไหนๆตนเชื่อในศักยภาพของตำรวจ และเชื่อว่าตำรวจที่ไม่ทำงานแบบแก้ตัวไปวันๆ ยังมีเยอะ   โปรดอย่าทิ้งให้ประชาชนผู้เดือดร้อน เสียหาย  ที่ยังหวังพึ่งพิงพลังของตำรวจ มากมาย  ต้องรู้สึกผิดหวัง   ตนเชื่อจริงๆ ว่า ตำรวจไทยเก่งได้มาก กว่าที่ตัวเองคิด    และ น่าจะมีปัญญา ที่จะจับตัวคนร้ายมาดำเนินคดีได้ ถ้าตั้งใจที่จะทำจริง